penbunemag

Antebellum

Antebellum

— รีวิว Antebellum — 8/10 คะแนน .. อื้อหือออออ ซี๊ดดเบาๆในลำคอไปหลายทีเลย หักมุมแบนี้ ผมนี่อึ้งแดกเลยครับ พลิกเนื้อหาได้โหดสัสมากๆ เดากันไปเถอะ เดาไม่ออกหรอก เป็นหนังเกี่ยวกับการเหยียดผิวที่อาจไม่ได้มีฉากรุนแรงมากมายแต่มันช่างส่งผลกระทบเทือนต่อจิตใจดวงน้อยๆของผมได้รุนแรงเหลือเกิน ..

.

.. ตอนที่หนังเฉลยจุดหัก ผมนี่ถึงอุทานถึงสัตว์เลื้อยคลานบางชนิดที่ชอบเดินเพ่นพ่านแถวรัฐสภาของบางประเทศแบบไม่เกรงใจคนข้างๆเลย ก่อนเข้ามาดูผมแทบไม่อ่าน ไม่ดูอะไรเลยเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้เพราะถูกเตือนไว้ว่า อย่ารู้มาก อย่ารู้เยอะ แล้วจะดูสนุก ขนาดตัวอย่างหนังผมยังดูไปแค่รอบเดียว แล้วก็ลืมไปแล้วด้วยว่าจะเจออะไรบ้าง เพราะฉนั้นการมาดูเรื่องนี้แบบไม่รู้อะไรเลยเป็นเหมือนการเตรียมตัวชั้นยอด สำหรับเรื่องนี้ ..

.

.. เนื้อหาเรื่องย่อขอไม่ไปยุ่งไปแตะเลย บอกแค่ว่าเป็นหนังที่เล่าเกี่ยวกับการเหยียดผิวและกระทำต่อคนดำเหมือนแรงงานทาส หากใครเคยดู 12 years a slave อารมณ์แบบนั้นเลย ( แอบคิดว่าหนังใช้โลเกชั่นเดียวกันรึเปล่า เพราะเหมือนหลุดมาจากหนังเรื่องเดียวกันเลย ) ..

.

.. หนังจะแบ่งความรู้สึกของคนดูเป็น 3 ช่วงใหญ่ๆ กับอีก 1 ช่วงเล็กๆในฉากจบที่ทรงพลังเหลือเกิน คือช่วงแรกนี่ซัดมาแบบตู้มๆเกี่ยวกับแรงงานทาสที่โดนกระทำ แล้วตัดไปกลางเรื่องที่แทบจะเดินขึ้นไปถามคนฉายหนังว่า เรื่องเดียวกันป่าววะพี่ครับ แต่ไม่ทันเดินขึ้นไปได้แค่นึก หนังก็ตัดไปช่วงที่ 3 อันเป็นจุดออกัสซัมของหนังเรื่องนี้ที่ไม่คิดว่าหนังจะพาเราไปจุดนี้ได้ และแทบจะเดาฉากต่อไปไม่ถูกเลย ซึ่งระหว่างทางก่อนจะมาถึงจุดนี้ ในใจผมก็มีแอบคิดว่ามันจะต้องใช่ แต่มีอีกเสียงในหัวบอกว่า ไม่ใช่หรอก มึงดูสิมันจะใช่ได้ไง หลายอย่างจัดเต็มขนาดนี้ แต่อีกเสียงก็บอกใช่แหละ มึงดูดีๆ ใช้ประสบการณ์ของมึงมองยังไงก็ใช่ แต่อีกเสียงก็ยืนยันหนักแน่นว่าไม่ใช่แน่ๆ โอ้ยยยย กูจะบ้าตาย 55555555555 ระหว่างที่มีเสียงตีกันในหัว หนังก็พาเราไปจุดที่อยากรู้ แบบที่ทำให้เราได้แต่พูดกับตัวเองว่า มึงเอาอย่างงี้เลยหรอ !! ส่วนช่วงเล็กๆแต่ทรงพลังอีกหนึ่งจุดอันเป็นฉากสุดท้ายในหนังต้องบอกว่า เป็น 1 นาทีสุดท้ายที่ชวนอึ้งมากว่ามันคือ ……. ซึ่งหากใครงงชื่อหนัง ตอนจบนี่แหละคือคำตอบที่จะทำให้คุณถึงเอามือทาบอกแล้วกระซิบเบาๆในลำคอว่า คุณพระคุณเจ้า !..

.

.. ประเด็นการเหยียดสีผิว หนังไม่ได้นำพาเราไปถึงจุดที่โหดร้ายทารุณเหมือนเรื่องอื่นๆ แต่อาศัยการแสดงออก และการกระทำต่างๆ ที่ทำให้เรารู้สึกได้เองว่า มันช่างหดหู่เหลือเกิน มนุษย์ด้วยกันแท้ๆต่างกันแค่สีผิว แต่ทำไมถึงกระทำกันขนาดนั้น และยิ่งเรามาเจอเหตุการณ์ในโลกของความจริงในระยะหลังมานี้เรื่องการเหยียดผิวก็ทำให้รู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างอาจพัฒนาขึ้น เทคโนโลยีมีมากขึ้น แต่สิ่งที่เหมือนเดิมแถมมีแต่จะต่ำลงก็คือจิตใจมนุษย์ด้วยกันเองนี่แหละ ..

.

.. อย่างที่รู้กันว่า Antebellum คือหนังที่มาจากผู้สร้างเดียวกันกับ Get out และ US อะไรหลายๆอย่างจึงมีความคล้ายกันมาก โดยเฉพาะดนตรีประกอบที่บิ๊วเก่งเหลือเกิน ส่วนจุดที่ไม่ชอบของหนังผมรู้สึกว่า หนังมันน่าจะจัดหนักให้เรามากกว่านี้ และบางฉากตอนกลางๆเรื่องก็ไม่ถึงขนาดจำเป็นต้องใส่มาก็ได้ มันเลยทำให้อารมณ์หนังมันแกว่งไปพอสมควร อีกจุดหนึ่งที่อาจบอกว่าเป็นข้อเสียของหนังก็พูดได้ไม่เต็มปากก็คือ คนที่ยังไม่ได้ดูแต่ดันรู้สปอยล์ก่อนนี่ผมว่าคุณจะดูเรื่องนี้แบบหมดความสนุกลงไปเลย เพราะฉนั้น รีบไปดูก่อนโดนสปอยล์ ..

.

.. สรุป .. เป็นหนังเข้าใหม่ในสัปดาห์นี้ที่อยากเชียร์ให้ไปดูมากๆ มีความสุขกันมามากพอแล้ว เข้าไปนั่งเครียดในโรงหนังกัน ใครอ่านมาถึงตรงนี้ยังไม่เคยดูตัวอย่างก็ขอบอกว่าดีแล้วหละ ไปดูแบบไม่รู้อะไรเลยจะเป็นการดีที่สุด

.

.

.

..รักทุกคน แต่รักซอเยจีมากกว่า ดูหนังให้สนุกครับ ..